[Diary 2010] ฝึกงานไกลครึ่งโลก Germany : Part 1

[Note] บทความเรื่องฝึกงานพวกนี้เป็นเรื่องการฝึก’านของผมเมื่อปี 2010 นู่น ซึ่งผมเขียนไว้ใน Exteen เอาไว้นานม้ากกกกกกกกกก ก่อนที่จะย้ายออกมาอัพใหม่ ซึ่งภาษามันอาจจะดูเกรียนมากๆและเก่าๆหน่อยนะจ้ะ จุ้ฟ <3

 

 จุดเริ่มที่ทำให้ผมกลับมาเขียนเอนทรี่นี้คือ การพูดคุยกับเพื่อนคนนึงไม่นานมานี้ครับ หลังจากที่ชวนผมไปแดกเหล้าที่ผับไม่สำเร็จ

“มึงนี่ใช้ชีวิตวัยรุ่นไม่คุ้มเลยว่ะ” 

.
.
ใช้ชีวิตไม่คุ้ม? ( ಠ_ಠ )
.
ยังไงวะ? คือถ้ามันหมายถึง การที่ผมจะไปแดกเหล้าเข้าผับ ไปยืนเต้นเย้วๆ ซิ่งแว้นแหกด่าน แล้วเรียกมันว่า การใช้ชีวิตคุ้มละก็ ผมว่าไม่ใช่ละ ถ้ามึงจะทำแบบนั้น ก็ทำไปเหอะว่ะ เสียดายชีวิต

ผมไปไกลถึงครึ่งซีกโลก ไปฝึกงานมาสองประเทศ เดินทางพรุนไปครึ่งยุโรป ไปอยุ่ ไปอาศัย ไปเรียนรู้ ไปทำงาน ได้ประสบการณ์กลับมาตั้งเยอะ ทั้งหมดที่ผมได้มา โอเค มันอาจไม่ใช่ผมคนเดียวในประเทศไทยที่ได้ทำแบบนี้ มีอกีหลายคนทำได้ดีกว่าผมอีก ผมอาจจะดูหลงตัวเอง แต่ผมบอกได้เลยว่า 90% ของเด็กไทยในช่วงชีวิตไม่เกินมหาลัยไม่ได้มีแบบนี้เท่าผมแน่ๆ

แล้วแบบนี้จะบอกว่ากูใช้ชีวิตวัยรุ่นไม่คุ้มเหรอวะ?

เอนทรีนี้ผมจะมาเท้าความถึงประสบการณ์ที่เคยไปฝึกงานที่ต่างประเทศสอง ครั้ง ครั้งแรกที่เยอรมันนี ครั้งที่สองที่โปแลนด์ แต่เอนทรีนี้ผมจะพูดถึงประสบการณ์ที่เยอรมันนีก่อน แล้วก็เรื่องก่อนหน้าที่ผมจะได้ไปครับ
โอกาสที่ผมได้ไปเยอรมันนีมันเริ่มมาจากสมัยผมอยู่มหาลัยปีหนึ่งครับ…

จำได้ว่าตอนนั้น  อาจารย์สอนวิชาโปรแกรมมิ่ง พารุ่นพี่คนนึงมาพูดกับรุ่นน้องปีหนึ่ง เกี่ยวกับประสบการณ์ในการไปฝึกงานที่ นอร์เวย์ มาครับ ตลอดเวลาที่พี่เค้าพูด ผมตั้งใจฟังอยู่ตลอด แล้วพอพี่เค้าพูดจบ มันก็เกิดแรงผลักดันในตัวผม เป็นคำที่ผมคิดไว้เลยว่า “สักวันกูต้องทำให้ได้แบบพี่ และต้องไปให้ได้”

แต่ความคิดนั้นมันก็ค่อยๆละลายหายไปกับเวลาตลอดเวลาที่เรียน ปี 1 2 3……(อ้าว = =”)

จนกระทั่งปลายๆเทอมของปีสาม ตอนที่ผมกำลังรอลิฟต์อยู่ ผมเหลือบไปเห็นใบสมัคร
..
..
รับสมัครนักศึกษาไปฝึกงานที่ Hagen , Germany เน้น JAVA คุณสมบัติอ่านเพิ่มด้านล่าง….
..
.
.
.
.
เช็ด!!!!!!!!!!!!! โอกาสมาหากูถึงที่เลยว้อย
งานนี้จัดเต็ม มีอะไรขนไปโชว์อาจารย์ให้หมด
แล้วก็มาถึงวันสอบสัมภาษณ์ (ไม่ใช่ที่ไหนหรอก ในภาควิชาเนี่ยหละ)
มีคนมาสมัครสัมภาษณ์ทั้งสิ้น ….. 5 คน…..
5คน
เอ่อ ใจนึงผมก็ดีใจนะ มีมา 5 คน คู่แข่งน้อยดี สบายกู
แต่อีกใจนึง คือ เฮ้ย นักเรียนในภาคมีเป็นร้อย ป้ายประกาศก็ติดไว้ทั่ว ทำไมมีมาแค่นี้วะ ไม่สนใจจะไปหน่อยเหรอ โอกาสแบบนี้หาได้ง่ายๆที่ไหนวะ?
Note : ทุกวันนี้ที่ผมสงสัยคือ เด็กไทยไม่กะตือรือร้นที่จะได้ทำอะไรใหม่ๆว่ะ พอมีใครทำอะไรแปลกๆใหม่ๆก็ตอบมาด้วยสายตาและน้่ำเสียงเย็นชาว่า “อืม แล้วไงวะ?”  ไม่งั้นก็ไปเตะตัดขาคนที่กำลังไปรุ่งซะงั้น แล้วอีกอย่างคือ เด็กไทยส่วนใหญ่ไม่มีแรงจูงใจที่จะไปเห็นอะไรแปลกๆ กลัวที่จะไปในสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้น กลัวว่าทำไมได้(ผมไม่พูดถึงกรณี ขาดโอกาสจากทางบ้านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินหรืออะไรก็ตาม อันนี้ถือเป็นอีกเรื่อง) ผมว่าแย่นะ เป็นการปิดกั้นอนาคตตัวเองไปในตัวเลย ผมเองก็ไม่ใช่คนที่เจ๋งอะไรเลย(เอ้า ถ้าจะดูเกรดก็ เกรดผม 2.74) มีเด็ดๆกว่าผมอีกเยอะครับ ในภาคน่ะ แต่ไม่มากัน….
เอนทรี่นี้พอเท่านี้ละกัน ไว้เอนทรี่หน้าจะมาต่อ เกี่ยวกับการสัมภาษณ์และการเตรียมตัวครับ
 
เครดิต
ขอบคุณ พี่พีช ที่มาพูดในวันนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ผม 
ขอบคุณ อาจารย์ฉวีวรรณ ที่พาพี่พีชมาพูดวันนั้น ไม่งั้นผมก็นั่งหลับตามปกติเนี่ยหละ (อ้าว!)
เครดิตท่านอื่นๆ จะตามมาในเอนทรี่หลังจากนี้ครับ 😀