[Diary 2010] ฝึกงานไกลครึ่งโลก Germany : Part 2

[Note] บทความเรื่องฝึกงานพวกนี้เป็นเรื่องการฝึกงานของผมเมื่อปี 2010 นู่น ซึ่งผมเขียนไว้ใน Exteen เอาไว้นานม้ากกกกกกกกกก ก่อนที่จะย้ายออกมาอัพใหม่ ซึ่งภาษามันอาจจะดูเกรียนมากๆและเก่าๆหน่อยนะจ้ะ จุ้ฟ <3

ตอนหนึ่ง อ่านที่นี่ ->Germany : Part 1 <-

โพสงวดนี้(ทำหยั่งกะออกหวย) ผมจะมาเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์สัมภาษณ์ครับ
หลังจากที่ร่อนใบสมัครไปยังภาควิชาแล้ว ก็รออยู่พักนึง จนอาจารย์เรียกสัมภาษณ์
ผมได้คิวเข้าไปคนที่ 3…… อาห์ ไม่ใช่คนตัดริบบิ้นสินะ รอดไป
อ้อ! แต่เอาจริงๆผมว่าคนที่สัมภาษณ์คนแรกได้เปรียบนะ เพราะคุณจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้คนหลังๆทันที คนหลังจะถูกเอามาเปรียบเทียบคุณก่อน ถ้าคุณทำได้ดีละก็ ไปยาวเลย 😀

สัมภาษณ์อันแรก ด้านความถนัดวิชาการ
มีกรรมการคุมสอบทั้งสิ้น หนึ่งท่าน
งานนี้มีอะไรเด่น จัดออกไปให้หมดครับ การสอบสัมภาษณ์คือการขายสินค้า ซึ่งก็คือตัวเราเป็นทั้งสินค้าและเซลล์แมน แต่คือให้พูดความจริงนะ.. อันไหนไม่ได้ หรือไม่รู้ ให้บอกไปตรงๆ โกหกไปมีแต่จะเข้าตัวครับเชื่อผม

สัมภาษณ์รอบสอง ด้านภาษาและบุคคลิก
มีกรรมการคุมสอบทั้งสิ้น สองท่าน (เป็นอาจารย์ต่างชาติจากภาค Math ช่วยสัมภาษณ์หนึ่งท่าน)
เป็นการสัมภาษณ์ที่ไม่มีอะไรมากครับ อาจารย์จะดูจากบุคคลิกเราว่ามั่นใจได้แค่ไหนที่จะไปฝึกงาน ยืนยันว่าเราเนี่ยนะไม่เป็นโฮมซิกนา ไม่ปัญญาอ่อนนา(แหงสิ) แล้วก็ดูว่าภาษาเราได้แค่ไหน
อันนี้สำคัญมากครับ!!!
ในการไปใช้ชีวิตที่เมืองนอกนะครับ ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องพูดได้แกรมม่าเป๊ะๆ สำเนียงชัดแจ๋ว
เอาแค่อันดับแรกเลย คุณไม่อายที่จะพูด มีความมั่นใจ กล้าเข้าไว้! หน้าด้านได้ยิ่งดี!
สอง มีความรู้ทางภาษาอังกฤษบ้าง(ไม่ใช่ไม่มีเลย ท่องได้แต่ cat ant โอเค?)
ไอ้เรื่องแกรมม่ากับการออกเสียงบ้าบอคอแตกเนี่ยเป็นเรื่องที่ตามมาทีหลังครับ
ถ้าไม่ใช่การเจรจาธุรกิจพันล้านละก็ เค้าเอาฟังแค่จับความหมายว่าคุณจะสื่ออะไรก็พอแล้วครับ 😀

หลังจากเราสัมภาษณ์ นั่งลุ้นไข่สั่นไปหลายวัน ก็มีโทรศัพท์เข้ามาครับ แต่ไม่ใช่อาจารย์โทรมานะครับ แต่เป็นเพื่อนผมที่หลังจากนี้เราต้องไปใช้ชีวิตร่วมหัวจมท้ายกันที่เยอรมัน เกือบๆ 3เดือน คนๆนั้นคือ “แบงค์” ครับ
แบงค์โทรมาบอกว่า ให้ไปเช๊คดูใน inbox ว่ามีเอกสารเข้ามามั้ย เซ็นเอกสารแล้วเอามาส่งที่ภาคด้วย ตอนนั้นกระโดดดีใจเลย เยสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส ได้แล้วว้อย!!!!!

หลังจากส่ง เอกสารอะไรไปเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ก็บอกให้ไปพบคนๆหนึ่งก่อน ซึ่งคนๆนี้คือคนที่ตอบรับการฝึกงานเรา และจะเป็นหัวหน้าที่ทำงานเราที่ Fern university ด้วย ซึ่งก็คือ Professor Herwig ครับ
โดยทาง Prof ได้มาอยู่เมืองไทยเรียบร้อยแล้ว (ไม่อยุ่ไหนไกล ตึกหน้าของมหาลัยเนี่ยหละ….) หลังจากนัดแนะเรียบร้อย นัดเจอเวลา 5 โมงเย็น

..
.
.
วันนัด
4.45
เพื่อนแบงค์ยังไม่มา (รถติด)
4.55
เพื่อนแบงค์ยังคงรถติดต่อไป

5.00
เอาวะ ไปคนเดียวก็เอาวะ!!!
เปิดประตูห้องเข้าไป เจอ prof กับคุณก้อย(ภรรยา ชาวไทย) นั่งทำงานอยู่ ก็ทักทายสัมภาษณ์ตามปกติ จน Prof. ถามว่าอีกคนอยู่ไหน ก็เลยตอบไปว่าเดี๋ยวมาครับ

Prof. ส่ายหัวแล้วพูดว่า “5PM is 5PM”

เจ้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อะไรจะตรงเวลาขนาดเนี้ยยยยยยยยย สมเป็นชาวเยอรมัน
สุดท้ายเพื่อนแบงค์ก็ต้องนัดเวลาแล้วไปพบอีกรอบ