[Diary 2010] ฝึกงานไกลครึ่งโลก Germany : Part 3 ทำวีซ่า

โพสนี้นี้ผมจะมาพูดถึงการทำวีซ่าไปเยอรมันนีครับ ซึ่งหากใครเคยไปประเทศทางยุโรปจะรู้ว่าวีซ่าของทางยุโรปจะสามารถเข้าออกประเทศในเขตเชงเก้่น (schengen) ได้หมด กล่าวคือประเทศกว่า90% ในยุโรปนั่นเอง (ไม่นับ สหราชอาณาจักร และอีกบางประเทศ)
ดูรายละเอียดประเทศในกลุ่มเชงเก้นได้ที่นี่ http://en.wikipedia.org/wiki/Schengen_Area

รายละเอียดปลีกย่อยจะขอข้ามไปนะครับ
อ้อ
อันนี้สำหรับเรื่องการทำวีซ่าครับ เอกสาร หลักฐานต่างๆดูได้ที่เว็บของสถานฑูตเยอรมันนีครับ
http://www.bangkok.diplo.de/Vertretung/bangkok/th/Startseite.html
เน้นนิดนึงครับ
– การทำวีซ่าที่สถานฑูตเยอรมันนีนะครับ ไม่ใช่ว่าเดินดุ่มๆเข้าไปทำได้เลย เพราะเนื่องจากคนเยอะมาก จึงต้องนัดวันทำก่อน แล้วค่อยไปทำครับ (ไม่รู้ตอนนี้เปลี่ยนระบบรึยัง เพราะนี่ก็ผ่านมาสองปีละ)
– รูปหน้าตรง ห้ามมีการตกแต่ง PS หรือทำหน้าแอ๊บแบ๊วเด็ดขาดนะเออ

สำหรับกรณีของผมกับแบงค์นั้น เราได้โทรไปนัดสถานฑูตและได้คิวจอง (เป็นรหัส) กับเวลามาเรียบร้อย
แล้วก็เตรียมเอกสาร รอจนถึงวันนัด

วันนัด….(วันอะไรไม่รู้ ปี2010)
เดินเข้าไปสถานฑูต อันดับแรกคือต้องฝากมือถือ ตามด้วยเดินผ่านเครื่องตรวจ ไปรับบัตรคิว (บอกรหัสที่ได้มา)
จำได้ว่าตอนนั้นไปราวๆ 9 โมงได้มั้ง ไปนั่งรอคิว ตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไปทำวีซ่า ลุ้นว่าจะผ่านไหมวะเนี่ย…….

กิจกรรมระหว่างรอ
– นั่งเฉยๆ (แหงล่ะ)
– คุยกับคนข้างๆ ซึ่งน่าสนใจมาก เราเจอคนต่อไปนี้
– พี่สาวคนนึง มาเขียนแบบฟอร์มที่สถานฑูต ซึ่งหันมาถามเราตลอดเวลาว่าคำนี้ๆ แปลว่าอะไร เช่นคำว่า Spouse (ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้จริงๆว่าแปลว่าคู่สมรส) เราเลยอ่านจากแบบฟอร์มและเดาๆไปว่า คู่สมรส(ดีจังเดาถูก)
– คู่แต่งงานใหม่(มั้ง) ที่ดูจะหวานดี เค้าบอกว่าจะไปทัวร์หลายประเทศ แต่ไปเยอรมันนานสุด
– คุณป้าคนนึงที่ คุยฟุ้งตลอดเวลาจนเรารำคาญ ย้ายที่นั่งหนี

จากการสังเกตเราพบว่าคนที่เข้าไปทำวีซ่าหลังถูกเรียกชื่อแล้วเข้าไปนานมาก ประมาณ 20-40 นาทีต่อคิว ซึ่งเราวิตกมาก(ไม่รู้แบงค์วิตกรึเปล่า ไม่ได้ถามมัน = =”) ว่าจะไม่ผ่าน และแล้วก็ถึงคิวเรา
เดินเข้าไป เคาเตอร์ 8 มั้ง จำไม่ได้ นานละ

พี่สาวแว่นเจ้าหน้าที่ : สวัสดีค่ะน้อง เอาเอกสารวางเลยนะคะ
เรา : ครับๆ (ส่งเอกสาร)
พี่สาวแว่นเจ้าหน้าที่ : (พลิกเอกสาร)…. เอ่อ น้องคะ มากับเพื่อนรึเปล่า ถ้ามาให้ตามเพื่อนเข้ามาด้วยคะ
เรา : เอ่อ มาด้วยครับ (เชี่ยละมีปัญหาไรป่าววะ)

เดินไปตามแบงค์เข้ามา พี่เจ้าหน้าที่ขอเอกสารแบงค์ไปดูด้วย

พี่สาวแว่นเจ้าหน้าที่ : โอเคค่ะ เอกสารน้องสองคนครบ อังคารหน้ามาเอาวีซ่าได้เลยนะคะ
เรา+แบงค์ : ห่ะ?
พี่สาวแว่นเจ้าหน้าที่ : น้องมีเอกสารรับรองจาก DAAD แล้วค่ะครอบคลุมทุกอย่าง รวมประกันภัยด้วย เพราะงั้นไม่มีปัญหาอะไรค่ะ

DAAD

เอกสารที่ว่า(มีหลายอย่างจาก DAAD)

โมเมนต์นั้นเป็นเหี้ยอะไรที่อึ้งมาก อึ้งโคตรๆ เดินออกจากห้องทำวีซ่าแบบมึนๆ พร้อมสายตาอีกมากมายที่มองเราสองคนว่า “เฮ้ย ไวจังวะ” รวมถึงคู่แต่งงานใหม่จากด้านบน ที่เข้ามาก่อนหน้าเราร่วม 20 นาที แต่ยังไม่เสร็จ

สรปุเวลา
นั่งรอ 2 ชั่วโมง
ทำวีซ่า 5 นาที

เห้ย อันนี้มันอะรายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ใจนึงก็ดีใจ วีซ่าผ่านไว แต่อีกใจนึงคือ 2 ชั่วโมงนี่เพื่ออะรั้ย!!!! ไวไปจนงง

โอเคจบเรื่องวีซ่า สบายแฮ
เพิ่มเติมอีกหน่อยครับ
สำหรับนักศึกษาที่จะไปฝึกงาน หรือไปเที่ยวก็ตาม ให้ทำบัตร ISIC ไปด้วยครับ บัตรนี้เป็นบัตรนักศึกษานานาชาติ ใช้เพื่อยืนยันว่าตูเนี่ย เป็นนักศึกษานา เอาส่วนลดมาซะดีๆ ซึ่งมีประโยชน์มาก เวลาเราใช้บริการขรส่ง เราจะได้รับส่วนลดที่มากขึ้นครับ แล้วก็เอาไปใช้กับพวกสถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์เพื่อรับส่วนลดได้ด้วย!

บัตร ISIC สามารถขอทำได้ที่บริษัทเอเจนซีชื่อ STA travel ครับ -> http://www.statravel.co.th/
โดยบริษัทนี้จะขายตั๋วเครื่องบินพ่วงไปด้วย เพราะงั้นถ้าใครยังไม่ได้จองตั๋ว แล้วมาทำบัตร ISIC ก็สามารถสอบถามราคาค่าตั๋วได้ที่นี่ พอใจกับราคาหรือไม่ค่อยว่ากันทีหลังครับ (ผมก็ซื้อตั๋วที่บริษัทเนี่ยหละ)

อาวล่ะ เอนทรี่นี้พอแค่นี้ก่อน ไว้เจอกันเอนทรี่หน้า ตอนที่สี่ครับ 😀

เครดิต

ขอบคุณ สถานฑูตเยอรมันนีที่อนุมัติวีซ่าให้
ขอบคุณ พี่เจ้าหน้าที่สาวแว่น(เลิฟเลย) ที่ทำให้การทำวีซ่าราบรื่น
ขอบคุณ STA travel สำหรับบัตร ISIC และตั๋วเครื่องบิน