[Review] The Intern ความเก๋าไม่เคยตกรุ่น

ไหนๆก็จะรีอัพ Blog เกี่ยวกับเรื่องฝึกงานของตัวเองแล้ว ก็มารีวิวหนังที่ดูจะเข้ากันซักหน่อย เรื่องคืออาทิตย์ก่อนมีได้บัตรหนังฟรีมาใบนึง ก็เลยคิดว่า เออ ไปดูหนังสักนิดดีกว่า เอา The Intern เนี่ยหละ

เอาเป็นว่าเริ่มเลยละกัน -> มีสปอยติ้ดนึง เตือนแล้วนะแกรรรร

 

หนังเริ่มมาที่ “เบน” คนแก่เกษียณวัย 70 ตำแหน่งล่าสุดคือผู้จัดการบริษัททำสมุดหน้าเหลือง(ที่ปัจจุบันไม่มีใครใช้แล้ว) เป็นพ่อหม้ายเมียเสียชีวิตไปก่อน  เจ้าตัวก็เล่าว่าตัวเองหลังจากหลังเกษียณแล้วก็ไม่รู้จะทำอะไร แม้จะบินไปเที่ยวรอบโลกมาแล้ว หรือนานๆทีก็ไปเยี่ยมบ้านลูกเยี่ยมหลานที่อยู่ต่างเมือง ถึงแม้ฐานะไม่ได้เดือดร้อน เบนก็ยังรู้สึกว่างเปล่าในชีวิตของตัวเองและคิดจะหาอะไรมาถมมัน จนวันนึงเบนไปเจอใบรับสมัคร เด็กฝึกงานอาวุโส เบนเลยคิดว่านี่แหละวะ โอกาสอันดีจะได้ทำอะไรหลังเกษียณสักที

ตัดมาที่ จูลล์ (แอน แฮทเวย์) เจ้าของบริษัทสตาร์ทอัพไฟแรง แต่งงานมีครอบครัว ผัวหนึ่ง ลูกสาวหนึ่ง ผัวยอมออกจากงานที่กำลังไปได้ดีออกมาเลี้ยงลูกแบบเต็มเวลาและทำงานบ้านแทน เพื่อให้จูลล์ได้ทุ่มกับงานอย่างเต็มที่ จูลล์เป็น CEO รุ่นใหม่ งานยุ่งตลอดเว เข้าประชุมสายตลอดกาล รับสายลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานมือเป็นระวิง หรือแม้แต่ตอนคุยโทรศัพท์กับแม่ก็ยังไม่วายพิมต๊อกแต๊กคุยงานจนแม่จูลล์ต้องบอกว่า แม่ได้ยินเสียงลูกพิมพ์นะเอ้อ

บริษัทของจูลล์ใช้เวลาไม่ถึงปีในการประสบความสำเร็จ ซึ่งอีบริษัทเนี้ยหละที่เบนจะได้เข้ามาฝึกงานด้วย (จริงๆมีผู้อาวุโสฝึกงานอีกสองคน แต่ไม่มีบทเท่าไหร่) ซึ่งบริษัทของจูลล์แสดงให้เห็นภาพของบริษัทยุคใหม่ ทุกคนแต่งตัวตามสบาย ออฟฟิศเปิดโล่งๆแบบลอฟต์(เรียกแบบนี้ปะ?) ที่ทำงานไม่กั้นคอก ซึ่งเราว่ามันดูเป็นอะไรที่แปลกตาสำหรับเบนที่ต้องมาเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ต้องหัดใช้ Mac หรือตอนที่เบนต้องอัดวีดีโอส่งสัมภาษณ์งาน เบนยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่า USB คืออะไร

หนังก็บรรยายไปเรื่อยๆแหละ ว่าเออบริษัทโตเร็วเกิดนกว่าที่จูลล์จะคุมคนเดียวอยู่ จนผู้ร่วมทุนอยากให้หา CEO ใหม่มาเพื่อแบ่งเบาภาระจูลล์ แต่จูลล์ไม่ยอมเท่าไหร่ และเพราะจูลล์ไม่มีเวลาให้ที่บ้าน เกิดความระหองระแหงในชีวิตคู่ ผัวนอกใจไปมีกิ๊ก ส่วนเบนก็ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงที่ดีให้กับทั้งจูลล์และคนในบริษัท สุดท้ายหนังก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งตามสไตล์หนังประเภทนี้หละ ถ้าคาดหวังจะดูอะไรหวือหวามากๆ หนังเรื่องนี้คงไม่มีให้

จุดที่ชอบ
1. เบน รับบทโดย Robert De Niro เบนเป็นคนแก่ที่น่ารัก อายุ 70 ที่เรียกได้ว่าเป็นอายุของพ่อจูลล์ได้เลย แต่ถึงแม้เบนจะเป็นคนแก่วัย 70 ก็ไม่ใช่คนแก่ง๊องแง๊งทำตัวงี่เง่าให้เด็กรุ่นใหม่เอือม แต่กลับกันเบนเป็นคนสุขุม ใจเย็น ช่างสังเกต แต่งตัวเนี้ยบ ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วพร้อมรับอะไรใหม่ๆในชีวิต ไม่อึดอัดที่ต้องรับรู้เทคโนโลยีใหม่ เบนใช้เวลาไม่นานเลยในการสนิทกับคนในออฟฟิศ เบนเป็นเหมือน พ่อ/ผู้อาวุโสที่น่าเคารพของคนทั้งออฟฟิศที่ใครๆก็ชอบหรือมาขอคำแนะนำ เป็นคนแก่ในอุดมคติที่ทุกคนอยากพบเจอและอยากเป็นเมื่อเกษียณแล้ว

2. ตอนที่เบนกับจูลล์นั่งทำงานจนดึก เบนเฉลยให้จูลล์ฟังว่าจริงๆแล้วตึกที่บริษัทของจูลล์ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือตึกที่เบนเคยทำงานมาตลอดจนเกษียณ เบนชี้ไปทางหน้าต่างพร้อมบอกว่า ตรงนั้นคือที่ๆเค้านั่งทำงานอยู่เกือบ 20 ปี หรือตอนที่เบนบอกว่า เห็นต้นไม้ใหญ่ข้างออฟฟิศไหม? เค้ายังจำได้ในวันแรกที่มันโดนปลูกลงดินได้เลย ซึ่งจูลล์ทำหน้าแบบ เฮ้ย จริงเหรอ เบนคุณโกหกน่า คนแบบนี้แหละแม่งเท่ เหมือนเป็นสักขีพยานของการเริ่มต้นและการเปลี่ยนแปลงของอะไรบางอย่างที่ยังคงมีชีวิตอยู่

3. ฉากที่จูลล์มาปรับทุกข์ให้เบนฟังว่าสามีนอกใจ จูลล์ร้องไห้บอกว่าตัวเองกลัวว่าหากต้องหย่าแล้วจะต้องใช้ชีวิตโดดเดียวไปจนตายและโดนถูกฝังคนเดียวในสุสานคนโสด เบนเลยปลอบว่า เอางี้ งั้นก็ให้เค้าฝังศพคุณตรงกลางระหว่างหลุมผมกับภรรยาผมที่เสียไปแล้วก็ได้ คุณจะได้ไม่เหงา (ขำกันทั้งโรง)

The_Intern_Poster

credit รุป : https://newportbeachfilmfest.com